โอกาสและความท้าทาย “ยานยนต์ไฟฟ้า” ของไทย

ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นส่วนผสมของ 3 อุตสาหกรรมที่มูลค่าสูงที่สุดในโลกคือ พลังงาน ยานยนต์ และเทคโนโลยี ซึ่งทั้งพลังงานและยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หากแต่มีความสามารถในการปรับตัวค่อนข้างช้า จากการที่ต้องใช้การลงทุนมหาศาลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ และโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องลงทุนเพื่อให้รองรับการเกิดขึ้นของยานยนต์ไฟฟ้า เช่น สถานีชาร์จไฟฟ้า รวมถึงการสร้างบุคลากรทั้งด้านการผลิตและการให้บริการหลังการขาย
ขณะที่โลกกำลังเผชิญหน้าต่อความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงไปยังยุคแห่ง ยานยนต์ไฟฟ้า อันก่อเกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงผลต่อคุณภาพชีวิตของทุกคน โดยขยายความด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านเศรษฐกิจ เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่นำมาซึ่งการผลิต การวิจัย การใช้งาน รวมไปถึงการจัดการของเสียหลังหมดอายุใช้งานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และถือเป็นโอกาสของผู้เล่นรายใหม่อย่างกรณีศึกษาของ Tesla ที่กลายเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของโลกกว่า 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่า GDP ของประเทศไทยอีกด้วย และเกิดการจ้างงานกว่า 70,000 อัตราทั่วโลก รวมถึงเกิดการสร้างนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง และเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม พร้อมกลายเป็นแบรนด์ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภคให้เปลี่ยนแปลงไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก

ด้านสิ่งแวดล้อม การลดปริมาณการเกิดขึ้นของก๊าซเรือนกระจกนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาคการขนส่งและพลังงานมีส่วนสำคัญในการสร้างผลกระทบต่อเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ เป็นโอกาสให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างรวดเร็ว อันสอดคล้องกับเป้าหมายของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ตัวอย่างเช่น SDG7 ที่จะทำให้การเข้าถึงพลังงานสะอาดเป็นไปอย่างทั่วถึง ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะสามารถเป็นผู้นำในการบรรลุเป้าประสงค์นี้ได้ ด้วยราคาที่เหมาะสมและเป็นที่นิยมของคนทั่วไป

ด้านคุณภาพชีวิต เป็นที่ชัดเจนว่า ยานยนต์ไฟฟ้าจะสามารถลดต้นทุนการใช้งานได้อย่างชัดเจน ทั้งการบำรุงรักษาที่น้อยลง หรือการเติมพลังงานที่ประหยัดกว่าการใช้พลังงานน้ำมัน และหากนำพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียนมาใช้ก็จะถูกลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลให้ผู้ใช้งานสามารถมีต้นทุนการดำรงชีวิตที่ถูกลง รวมไปถึงการเกิดขึ้นของรูปแบบทางธุรกิจแบบใหม่ๆ เช่น การเช่าใช้เป็นครั้งคราว หรือการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งสามารถมีราคาที่ถูกกว่าได้ และยังสร้างกำไรต่อผู้ให้บริการ มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
สำหรับในปี 2563 รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีส่วนแบ่งตลาดทั่วทั้งโลกอยู่ที่ 2.8% (McKinsey Electric Vehicle Index – EVI) โดยหากมองในเชิงเปอร์เซ็นต์ของการซื้อรถใหม่ต่อปีจะนำโดยประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย เช่น นอร์เวย์ (58%), ไอซ์แลนด์ (49%) และสวีเดน (23%) โดยมีปัจจัยสำคัญจากนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้มีการผลิตและใช้รถไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านภาษีรวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น ค่าจอดรถ เลนรถวิ่งเฉพาะ หรือค่าทางด่วนราคาพิเศษ เป็นต้น
ซึ่งก่อให้เกิดการปรับตัวของภาคการผลิตและเกิดอุตสาหกรรมอุบัติใหม่ในหลายรูปแบบหลายประเทศทั่วโลก เช่น การเกิดขึ้นของ joint venture ระหว่างบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและบริษัทแบตเตอรี่ เช่น General Motors ในสหรัฐฯ กับ LG Chem จากเกาหลี ด้วยเงินลงทุนกว่า 2.3 พันล้านเหรียญ
ขณะที่ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตรถยนต์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยมีผลิตภัณฑ์แชมป์เปี้ยนที่สำคัญ เช่น รถกระบะและรถ Eco Car ซึ่งสามารถผลิตและส่งออกได้มากเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญให้กับประเทศในสมัยที่ผ่านมา ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า การลงทุนในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จำเป็นต้องเกิดความพร้อมทั้งระดับนโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐ ไปยังภาคการผลิตและภาคการบริโภคโดยพร้อมกัน
ซึ่งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (EV Board) มีการกำหนดเป้าหมายในการผลิตและการใช้งานรถยนต์พลังานไฟฟ้าภายในปี 2573 กว่า 1.4 ล้านคัน หรือประมาณร้อยละ 3.5 ของรถทั้งหมด ครอบคลุมรถยนต์นั่ง รถกระบะ รถบัส รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์ ซึ่งการประเมินสถานการณ์ความพร้อมของประเทศไทยในมุมของภาคธุรกิจอย่างอีทราน ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และสถานีสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ที่ออกแบบและผลิตในประเทศไทยนั้นสามารถแบ่งได้ 3 ตัวชี้วัดหลัก ประกอบด้วยเทคโนโลยี การผลิต และการตอบรับของตลาด
สำหรับความสามารถด้านเทคโนโลยีที่จำเป็นในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุด สืบเนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนาน ขาดการพัฒนาความรู้เทคโนโลยีของตัวเอง รวมไปถึงบุคลากรที่มีความสามารถในการวิจัย พัฒนา และต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้จริง จึงทำให้การเริ่มต้นอุตสาหกรรมใหม่ซึ่งต้องใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมายมีการตอบรับและเคลื่อนตัวได้ช้ากว่าประเทศอื่น
ด้านความสามารถในการผลิตทั้งชิ้นส่วนสำคัญและการประกอบรถ ซึ่งในปัจจุบันได้เริ่มเห็นการลงทุนโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น จากการที่รัฐมีมาตรการสนับสนุนจาก BOI และการร่วมลงทุนกับบริษัทที่มีเทคโนโลยีแต่ต้องการประโยชน์ด้านต้นทุนที่ดีกว่าในประเทศไทย และยังเริ่มเกิดขึ้นของแบรนด์ของคนไทย อาทิ GPSC เปิดโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน (battery) ด้วยเทคโนโลยี SemiSolid หรือบริษัทผู้ผลิตแม่พิมพ์อย่างโชคนำชัย เปิดบริษัท SakunC เพื่อทำรถมินิบัสจากอะลูมิเนียมที่รองรับการติดตั้งแพลต์ฟอร์มของการขับเคลื่อนไฟฟ้า เป็นต้น
ขณะที่การตอบรับของตลาด สัดส่วน และการเติบโตในประเทศไทยยังต้องใช้ระยะเวลาจากเสียงของผู้ใช้งานที่ยังมีความกังวลเรื่องราคา ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา รวมถึงราคาขายมือสอง ทำให้ตลาดของรถพลังงานไฟฟ้ายังไม่เป็นที่ตอบรับมากเท่าใด หากแต่เป็นโอกาสสำหรับการเกิดขึ้นของมาตราการทางภาษี มาตราการด้านดอกเบี้ยสินเชื่อ มาตราการสนับสนุนอื่นๆ ที่ภาครัฐจะขับเคลื่อนเพื่อให้คนไทยได้ใช้พลังงานสะอาด ลดต้นทุนค่าครองชีพ ผู้ให้บริการมีการแข่งขันในการผลิต พัฒนาสินค้าตามกลไกตลาด และยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของตลาดการผลิตรถยนต์ในระดับสากลต่อไปอย่างยั่งยืน
การเกิดขึ้นของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีย่อมมีผู้ได้และผู้เสีย เช่น การเกิดของ Netflix ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ สั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก และเกิดการปรับตัวของ Disney ที่สุดท้ายก็เปิดให้บริการ Disney+ เพื่อมาแย่งคืนส่วนแบ่งของ “เวลาของผู้ใช้งาน” ซึ่งแปรผันตรงกับ “รายได้” ตามรูปแบบธุรกิจเดิมของธุรกิจขนาดใหญ่ โดย “รถยนต์ไฟฟ้า” นับเป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 10 ปีนี้ ซึ่งจะผลักดันให้โลกเดินหน้าสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และสำหรับประเทศไทยเองก็จะเกิดคุณภาพชีวิตใหม่ อาชีพใหม่ และโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่จะสร้างความพร้อมต่ออนาคตของความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งนี้

ขอบคุณรูปภาพจาก : Forbes Thailand

ETRAN ให้คุณได้ขับขี่ อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง

​​ใครสนใจรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ETRAN MYRA สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก

เป็นเจ้าของ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ETRAN MYRA ได้แล้ว

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโลกที่ดีกว่าด้วยรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืนกับพวกเรา ETRAN

For more information
Facebook Page ETRAN : ETRAN
Facebook Group ETRAN : ETRAN TRIBE – ชาวอีทราน
Instagram Etran Thailand : etran_thailand
LINE Official Etran Thailand : @etran
YouTube Etran Thailand : Etran Thailand

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

ETRAN เดินหน้าขยายตลาด B2B รุกตลาดขนส่งรูปแบบใหม่ เล็งเปิดแฟรนไชส์ในต่างจังหวัด

หลังจาก ETRAN ผ่านการระดมทุนในรอบ Series A มากกว่า 10 เดือน ได้นำเงินมาพัฒนาไลน์การผลิตเพื่อผลิตรถออกสู่ตลาดตามเป้าหมาย 5,000 คันภายในปี 2022 อีกส่วนหนึ่งนำมาใช้สร้างสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Swap Station) สร้างทีมที่จะมารองรับ Operation ที่จะเกิดขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ B2B ไปในตลาดที่ยังไม่มีใครทำ และยังคงศึกษาเพื่อจะเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ ให้เป็นวัสดุรักษ์โลก เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

อ่านต่อ

ครั้งแรก ETRAN เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า วิ่งได้ไกลถึง 250 กิโลเมตร

ต้องยอมรับเลยว่า กระแสรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มาแรงแซงทุกโค้งจริงๆ ทั้งในเรื่องความประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาพร้อมสมรรถนะที่โดนใจสายซิ่ง สายลุยอีกด้วย แถมชาร์จเดียว ก็สามารถขับได้ไกล เรียกได้ว่าครบทั้งเรื่องความเร็ว และระยะทาง วันนี้เราพาทุกคนไปส่อง สมรรถนะความอึดของ ETRAN MYRA ไปดูพร้อมกันเลยครับ

อ่านต่อ
ETRAN Thailand x Bosch มุ่งเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานสะอาด ในรุ่น " ETRAN PROM " นำอัจฉริยะเทคโนโลยีเยอรมัน พัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไทยสู่มาตรฐานโลก
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบัน เทรนด์ EV Bike กำลังมาแรง ทำให้ใครหลายคน คิดจะซื้อมาเป็นเจ้าของ แต่...ก่อนตัดสินใจซื้อหลายคนมักตั้งคำถามว่า เมื่อซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไปแล้ว แล้วจะมีบริการอะไรบ้าง

ETRAN in เชียงใหม่

MYRA

คันนี้ไว้ใจได้

ETRAN in เชียงใหม่

MYRA

คันนี้ไว้ใจได้